🔥🔥 Dow Theory 🔥🔥 “แก่นแท้ของการอ่าน Trend “

–**– [มุมความรู้] –**–
🔥🔥 Dow Theory 🔥🔥

“แก่นแท้ของการอ่าน Trend ”

ทฤษฎีนี้ถูกคิดค้นขึ้นมา โดย นาย Charles H. Dow (1851–1902) ชายผู้นี้เป็นเป็นก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ที่ทรงอิทธิพลมาใน Wall Street นั่นเอง
จริงๆแล้วทฤษฎีนี้ นาย Charles Dow ไม่ได้เป็นผู้ถ่ายทอดออกมาโดยตัวของเขาเอง แต่ทฤษฎีถูกศึกษา ขึ้นมาจาก บท Editorial ที่นาย Dow เคยเขียนลงใน Wall Street Journal อย่างยาวนาน ..”ด้วยเหตุที่ว่า นาย Dow เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ที่ทำนายการขึ้นลงของตลาดได้อย่างแม่นยำ จนทำให้เขาเองประสบความสำเร็จในการลงทุน ในระดับตำนานคนนึงเลยของ Wall Street” — ซึ่งผู้ที่เอา บทความของ Dow มาศึกษาและสกัดเป็น Dow Theory ก็คือ ชาย 3 คน ที่ชื่อว่า William Peter Hamilton, Robert Rhea and E. George Schaefer
ทฤษฎี Dow แบ่งออกเป็น 6 หลักการสำคัญ คือ
📣1. The market has three movements
ตลาดมีการเคลื่อนไหวหลักๆ 3 แบบคือ
✨1. The “main movement”คือ การเคลื่อนไหวของ Trend ในภาพใหญ่ ก็จะเป็นระยะปี ถึง 3 ปี
✨2. The “medium swing” คือ การเคลื่อนไหวของ Trend ในระยะกลาง ตั้งแต่ week ไปจนหลายเดือน secondary / และ
✨3. The “short swing” คือ การเคลื่อนไหวในระยะสั้น ตั้งแต่ ชัวไมง ไปจนถึงหนึ่งเดือน (ข้อนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก เพราะการขึ้นลงของหุ้นมันขึ้นลง เหมือนกระแสน้ำ เป็นคลื่นนั่นเอง …ดังนั้น ในขึ้น มีย่อ ..ในลง มีเด้ง — ประเด็นคือ คนส่วนใหญ่จะโดนอาการแบบนี้หลอกเสมอ จนเสมือนถูกผีหลอก..555 มองว่าขึ้น ดันลง มองลง ดันขึ้น …นั่นแหละ ธาติไฟแตกซ่าน ต้องถอยออกไปตั้งสติ แล้วมองตั้งแต่ ใหญ่ ไป เล็ก .. จากนั้นก็เลือกกำหนดว่าจะเล่นหุ้นในภาพไหน ..เพราะมันเล่นได้ทุกภาพ “ในขึ้นมีลง ในลงมีขึ้น” แต่ที่เลือกไม่ได้ว่าจะเล่น ตรงจุดไหน คือ คนที่ไม่รู้จะเดินไปทิศทางไหน ก้เจ๊งตลอดนั่นเอง)

📣2. Market trends have three phases ตลาดหุ้นมี Trend และแบ่งเป็น ช่วงๆ ได้ 3 Phase ใหญ่ๆ คือ
✨1. ช่วงเก็บของ an accumulation phase (ช่วงนี้ก็ตามชื่อ ..คือ ช่วงที่เจ้าเก็บของ ..คนส่วนใหญ่ยังไม่สนใจ เพราะมองว่าหุ้นยังไม่ขึ้น หรือมองลบต่อหุ้นนั้นๆ นั่นเอง — แต่เจ้าเขาสนใจ “เจ้าในที่นี่คือ ใครก็ได้ ที่ใหญ่พอ ที่มีผลต่อการซื้อขาย จนมีนัยยะในการขึ้นลงต่อหุ้นตัวนั้นๆ”)
✨2. ช่วง public participation phase (ช่วงมหาชนเริ่มสนใจ ช่วงนี้นักลงทุนเริ่มเข้ามา ซึ่งนัก Technical ที่เล่นตาม Trend Following ก็จะกระโจนเข้ามาในช่วงนี้ และทำกำไรตามหุ้นที่ขึ้นอย่างร้อนแรง)
✨3. a distribution phase (ช่วงปล่อยของ ..ก็คือ ช่วงที่แมลงเม่า หรือ คนส่วนใหญ่เริ่มออกทำงาน ..คนเหล่านี้ เห็นหุ้นขึ้นมาร้อนแรง เห็นข่าวดีมากมาย ..จากนั้นก็เลยกระโดดเข้าไปตาม ซึ่งเวลาที่โดดเข้าไป ก็มักเข้าไปในช่วงที่ตลาดขึ้นไปสุดแล้ว เริ่มย่อ ก็นึกว่าได้ของถูก ..แต่ความจริง การย่อ มันเป็นจุดเริ่มต้นของขาลง ..ในที่สุด เขาก็อยู่บนดอยนั่นเอง)

📣3. “ราคาสะท้อนทุกอย่างในตลาดอยู่แล้ว” … นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล Inside หรือ ว่าข่าวสารทุกอย่าง ได้สะท้อนในราคาล่าสุดที่อยู่ในหุ้นอยู่แล้ว (ข้อนี้สำคัญมาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ จึงซื้อหุ้นตามข่าวดี ขายตามข่าวร้าย — “ซวยเสมอ ก็เพราะไม่เข้าในกฏข้อนี้นั่นเอง”)

📣4. Stock market averages must confirm each other ทุกอย่างต้องมีความสอดคล้องกัน …ประมาณว่า ไม่มีอะไรเกิดโดยไร้เหตุผล เช่น ค้าขายดี การขนส่งก็ควรดี ..ดังนั้น ถ้าค้าขายดี แต่การขนส่งแย่ อาจมีกลิ่นแปลกๆ เพราะ มันจะดีได้อย่างไร หากไม่มีการหมุนเวียนของสินค้า ..หรือ บริษัทบอกว่า ธุรกิจดี แต่สินค้าขายไม่ได้ อันนี้ก็กลิ่นตุๆ …ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น มันมีสัญญาณบอกเราก่อนเสมอ เช่น คนเริ่มไม่ใช้จ่าย คนเริ่มกู้ไม่ไหว ..ก็ส่งสัญญาณขาลงของเศรษฐกิจ ประมาณนั้น …”ต้องหมั่นเป็นคนช่างสังเกตุในสิ่งรอบตัว เพราะตลาดหุ้นก็คือ กระจกส่องของเศรษฐกิจนั่นเอง”

📣5. Trends are confirmed by volume การที่ตลาดจะมี Trend ต้องมี Volume ด้วย ..ไม่งั้น อาจเกิดจาก “การสับขาหลอก” ..ดูดีๆ

📣6.Trends exist until definitive signals prove that they have ended ข้อนี้สำคัญ คือ ราคาจะขึ้นจนกว่ามันจะไม่ขึ้น จากนั้นมันก็จะลง .. พอลงมันก็จะลง จนมันไม่ลง จากนั้น มันก็จะขึ้น — ซึ่งข้อนี้ ถูกตีความให้เอามาใช้ใน Technical เป็น “หัวยก ตูกยก คือ ขาขึ้น .. หัวลง ตูดลง คือ ขาลง (เหมือนน้ำ ลูกคลื่นนั่นแหละครับ) — ถ้าเข้าใจการขึ้นลงบของน้ำ ก็จะเข้าใจทฤษฎี Dow นั่นเอง”
มาดูของจริงกัน
(อันนี้ผมลาก trend ใน Chart ให้ แสดงออกมาเป็น สี — สีแดงคือ Bearish คือ ขาลง “ไม่ควรมีหุ้น ..เพราะขาลงเราไม่รู้ว่าจะลงถึงเมื่อไหร่ ดังนั้น ผู้ที่ Trade ตามทฤษฎี Dow จะขายออก ทุกครั้งที่เริ่มสัญญาณ Beraish” ..ส่วนในขาขึ้น สีเขียว เขาก็จะถือ จนกว่าจะไม่ขึ้น)… มันตรงๆ แบบกำปั้นทุบดิน แต่ก็ลองศึกษากันดู เพราะนี่คือ แก่นของ Technical Analysis คือ คิดดีๆ คุณเล่นหุ้นควรรู้ว่า ตอนนี้มันขึ้นหรือลง Bull หรือ Bear …
ลองดู

Cr. https://www.facebook.com/notes/bualuang-securities/

Posted in บทความ.

Leave a Reply